จากการที่ ‘อาร์เซนอล’ ทำผลงานสุดย่ำแย่ ไม่ชนะใครเลยในพรีเมียร์ลีกมาตั้งแต่เข้าเดือนตุลาคม จนถึงช่วงก่อนหน้าทำให้ทางบอร์ดสโมสรของทีม จำใจต้องปลด ‘อูไน เอเมรี่’ พ้นตำแหน่งกุนซือ และแต่งตั้ง ‘เฟดริก ลุงเบิร์ก’ เข้ากุมบังเหียนแทนเป็นการชั่วคราว แม้ว่าจะยังอยากสนับสนุนกุนซือชาวสเปนต่อก็ตาม แต่ทนกระแสแฟนบอลไม่ไหว โดยฟางเส้นสุดท้าย ก็คือเกมที่เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พ่ายต่อ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต คาบ้านของตัวเอง

                โดยล่าสุด ก็ได้มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า เฟดริก ลุงเบิร์ก นั้น ไม่มี ‘ฟีฟ่า โปร ไลเซนส์’ ที่ใช้สำหรับเป็นใบเบิกทางในการคุมทีมถาวร โดยอาร์เซน่อลมีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น กับภารกิจตามหาว่าที่ผู้จัดการคนใหม่ สถานการณ์ปัจจุบันนั้นชัดเจนว่า ‘มิเกล อาร์เตต้า’ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นอดีตผู้ช่วยของ ‘เป๊ป กวาร์ดิโอล่า’ ที่แมนฯ ซิตี้ ต้องหวนกลับมารับใช้สโมสรอีกครั้ง ในฐานะผู้จัดการทีม เป็น ‘เผือก’ ชนิดที่เรียกว่า ‘โคตรร้อน’ เลยทีเดียว หลังจากที่เขาเคยถูกวางตัวเป็นหนึ่งในเคนดิเดตตอนที่สโมสรได้ปลด อาเซน เวนเกอร์ พ้นจากตำแหน่ง ก่อนที่อาร์เซนอล จะเลือก อูไน เอเมรี่ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน

                ‘มิเกล อาร์เตต้า’ แขวนสตั๊ดกับอาร์เซน่อลเมื่อปี 2016 และก้าวเข้าไปเป็นมือขวาของเป๊ป ที่แมนฯ ซิตี้ ทันทีในปีนั้น หลายฝ่ายได้ตั้งคำถามถึงความสามารถและความเหมาะสมของเขา กับเส้นทางใหม่กับการเป็นกุนซือในครั้งนี้ เนื่องจากทุกคนรู้ว่า เขาไม่เคยมีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการทีมมาก่อนเลย แต่ดูเหมือนว่าอดีตคนในสโมสร มีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมสนับสนุนตัวเขาอย่างเต็มที่ โดย มาร์ติน คีโอว์น อดีตตำนานสโมสรได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ด้วยปรัชญาในแบบที่เขาเติบโตมาในแคว้นคาตาลัน กับ บาร์เซโลน่านั้น และไม่ต้องสงสัยเลยว่า การจ่ายบอล เป็นเครื่องหมายการค้าของ อาร์เซน เวนเกอร์ ทางสโมสรจึงเชื่อว่า อาร์เตต้า คือคนที่ใช่”

ส่วนทางด้านของ ‘อาร์เซน เวนเกอร์’ ขงเบ้งเลือดน้ำหอม อดีตกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร ก็ได้ออกมาสนับสนุนในตัวมิเกล อาร์เตต้า อย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน

                “สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า นั้น ผมเห็นศักยภาพของเขา ซึ่งมันดีพอที่จะเป็นกุนซือที่ดีในอนาคต ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นนักเตะ เขามีความเป็นผู้นำสูง มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ เขารู้ถึงความสำคัญของสโมสรแห่งนี้ เขามีคุณสมบัติพร้อ้มที่จะรับงานใหญ่นี้ได้ และผมก็เคยมองเขาว่า สักวัน เขาจะเป็นหนึ่งในตัวแทนของผม ตอนที่ผมก้าวลงจากตำแหน่ง”