ในฤดูกาล 2015/2016 ปีที่แฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้ต่แฟนๆทีมอื่นคงมิอาจลืมเลือน กับทีมที่มีสถานะหนีตกชั้น เป้าหมายคือแค่เอาชีวิตรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีก แต่แล้ว วงการลูกหนังถึงกับต้องสั่นสะเทือน เมื่อ ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นทีมม้ามืด เข้าวินเหนือบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก

                ก่อนฤดูกาลจะเริ่มขึ้น บ่อนพนันถูกกฎหมาย ใส่อัตราต่อรองสำหรับผู้กล้า ที่หน้าด้านหน้าทน ทำนายว่าเลสเตอร์ ซิตี้จะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 1 ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

                หลายคนปรามาสว่าปีนั้นเลสเตอร์ได้แชมป์เพราะทีมใหญ่พร้อมใจกันฟอร์มตก แต่กลับไม่คิดอีกแง่ว่า ถ้าเช่นนั้นทำไมถึงไม่เป็นทีมอื่น ทำไมถึงต้องเป็นทีมนี้ แม้ว่ามันจะคือปาฏิหาริย์ก็จริง แต่ปาฏิหาริย์คงไม่เกิด ถ้าทีมของคุณไม่ดีพอ หากย้อนไปเมื่อฤดูกาลก่อนหน้านั้น ทีมจิ้งจอกสยามของเรา ยังเพิ่งเฉลิมฉลองกับการหนีตกชั้นได้สำเร็จอยู่เลยและหากย้อนไปอีก 6 ปี เลสเตอร์ ซิตี้ ยังต้องดิ้นรนอยู่ในลีกดิวิชั่น 3 อยู่ด้วยซ้ำ

                ใครจะเชื่อว่า ทีมที่มีสองกองหลังอย่าง เวส มอร์แกน กับ โรเบิร์ต ฮูธ, ตอนนั้นโลกยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ากองเต้คือใคร เจมี่ วาร์ดี้ นักเตะจากลีกล่าง สโมสรใหญ่สุดที่เค้าเคยเล่นก็คือทีมปัจจุบันของเขานี่เอง และอีกหลายๆคน ที่ไม่มีใครชายตามองพอมาเล่นด้วยกัน กลับเล่นเข้าขากันอย่างลงตัว จนพาสโมสรและแฟนบอล ถึงฝั่งฝันที่แฟนบอลเลสเตอร์เองคงไม่กล้าจะฝันถึงว่าจะได้เห็นทีมรัก ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในชาตินี้

                แต่ทุกคนก็คงรู้ ว่าปาฏิหาริย์แบบนี้ ศตวรรษนึงจะเกิดขึ้นสักที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อโค้ชอย่าง เป๊บ กวาร์ดิโอลา และ เจอร์เก้น คล็อป ต่างพาแมนฯซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ติดลมบนแล้ว ก็คงจะเป็นงานยาก ที่ทีมอื่นจะมาปักแลนด์มาร์ค สร้างสิ่งมหัศจรรย์กันง่ายๆแบบฤดูกาล 2015/2016 อีกต่อไป และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้ใกล้เคียงกับการลุ้นแชมป์อีกเลยในอีก 3 ปีถัดมา (จบด้วยอันดับ 12 และอันดับ 9 อีกสองฤดูกาลถัดมา) จนล่วงเลยมาถึงชุดปัจจุบันในปี 2019/20 ก็เป็นทีมม้ามืด ที่เล่นดีจนถูกจับตามอง เบรเดน รอดเจอร์วางรากฐาน แท็คติคให้นักเตะเล่นกันอย่างเป็นระบบ ไม่มีใครดูเด่นกว่าใคร ทุกคนสำคัญเท่ากันหมด และแม้ว่าจะเสียตัวหลักของทีมอย่าง ‘แฮรี่ แมคไกวร์’ ไป แต่ก็ได้ ‘โซยุนซู’ เซนเตอร์แบคชาวตุรกีมาอุดรอยรั่วแทน ที่ต้องบอกว่าไปๆมาๆ ฟอร์มการเล่นกลับดีกว่าแมคไกวร์ซะด้วยซ้ำ แถมแบคซ้ายขวาที่กำลังเล่นเข้าฝักอย่างเบน ชิลเวลล์ และเปเรร่า ก็ทำผลงานได้ดี

                สามมิดฟิลด์ฟอร์มสุดฮอตอย่าง เอนดิดี้, เจมส์ แมดดิสัน และยูริ เทเลม็องส์ ที่ต้องบอกว่าฮอตเหลือเกินในขณะนี้ ขณะเดียวกัน หนึ่งในตำนานเทพนิยายที่ยังหลงเหลืออยู่ในทีมอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ ก็กำลังฟอร์มเข้าฝัก นำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกอยู่ในขณะนี้ที่ 10 ประตู

                และทิ้งท้ายด้วยสถิติสมคบคิดที่น่าสนใจอย่างนึงคือ นี่คือฤดูกาลที่ 2 ที่เจมี่ วาร์ดี้ ยิงได้ถึง 10 ประตูเป็นคนแรกในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่วนครั้งแรกที่เขาทำได้คือ ฤดูกาล 2015/2016 ปีที่  เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือนี่ คือสิ่งที่โชคชะตา กำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง กับพวกเขา ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี้…